ลูกหม้อ-ทายาท "ปรีชา ถิรกิจพงษ์" ค่ายปรีชากรุ๊ป แยกตัวลุยอสังหา หวังเติบโตในวงการ "บุญเลิศ เกียรติศรีธารา" เปิดหมวกลาตำแหน่ง "รองเอ็มดี" เดือนพ.ย. พร้อม "วรยุทธ์ พงษ์สุวรรณ์"-"บันฑิต โชติวิทยะกุล" ตั้งบริษัทใหม่ "อีเทอร์ไนซ์" พัฒนาโครงการ "ออลสวีท-สายไหม" ค่า 500 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนาปีละ 2 โปรเจ็กต์ ไม่เน้นโครงการใหม่-เก่า ขณะที่ ลูก-หลาน ตระกูล "ถิรกิจพงษ์" ขอลุย อสังหาฯบ้าง ตั้งบ. ปัญฐิญา ประเดิมปีหน้าผุดคอนโดฯ 3 แห่งย่านทำเลทองถนนรัชดาภิเษก ค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ประเดิม "บ้านกลางกรุง รีสอร์ท" ซอยนาทอง ต่อด้วย คอนโดฯ

นายบุญเลิศ เกียรติศรีธารา กรรมการ บริษัท อีเทอร์ไนซ์ จำกัด อดีตรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตนได้ลาออกจากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการในปรีชากรุ๊ป เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเข้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการ "ออลสวีท" ถนนสายไหม-พหลโยธินที่อยู่ระหว่างเปิดขายในขณะนี้ โดยโครงการดังกล่าวเกิดจากการที่อดีตผู้บริหารของปรีชากรุ๊ปฯ ซึ่งมีวรยุทธ์ พงษ์สุวรรณ์ อดีตกรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ และนายบัณฑิต โชติวิทยะกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนพัฒนา ได้แยกตัวออกมาร่วมดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท อีเทอร์ไนซ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยมีตนเป็นที่ปรึกษาในตำแหน่งกรรมการบริษัทแต่มิได้เป็นผู้ถือหุ้นโดยในส่วนตนนั้นได้ถอนตัวออกมาจากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการของปรีชากรุ๊ปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแต่ยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่สัดส่วนประมาณ 10%

ทั้งนี้ทิศทางการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มจะดำเนินการร่วมกันโดยตลอดแต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของผู้ถือหุ้นบ้างในบางโครงการแล้วแต่ความพร้อมของผู้ถือหุ้นแต่ละคนโดยโครงการแรกที่ทางกลุ่มดำเนินการพัฒนา คือ โครงการพุทธธานี ถนนพุทธมณฑลสาย4 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวซึ่งขายและมีการเข้าอยู่อาศัยแล้วจำนวนหนึ่ง ในส่วนที่ไปเทกโอเว่อร์มาจากผู้ประกอบการเดิมมีจำนวน 113 ยูนิต พื้นที่ 15 ไร่ มูลค่าที่ซื้อมา 100 ล้านบาทจากจำนวนยูนิตทั้งโครงการ 200-300 ยูนิต ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท ขนาดตั้งแต่ 60-75 ตร.ว. และทาวน์เฮ้าส์ ขนาด 14-16 ตร.ว. ราคา 6.9 ล้านบาท ปัจจุบันนี้มียอดขายกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว คาดว่าจะปิดการขายได้ในปีหน้านี้

ส่วนโครงการที่พัฒนาตั้งแต่เริ่มต้น คือ ออลสวีท บนถนนสายไหม-พหลโยธิน โดยโครงการนี้เป็นโครงการใหม่ มีผู้ถือหุ้นหลายรายในสัดส่วนคนละ 20-30% แต่หลักๆก็ยังเป็นนายวรยุทธ์ และนายบัณฑิต ทางกลุ่มได้ดำเนินโครงการตั้งแต่ซื้อที่ดินและวางคอนเซ็ปท์ซึ่งมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะทำบ้านสไตล์คลัสเตอร์เฮ้าส์ โมเดิร์น สเปนนิช ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใครและโดดเด่นด้วยสีสัน ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท ขนาด 58-100 ตร.ว. จำนวน 38 ยูนิต และทาวน์เฮ้าส์ราคา 1.9-2.6 ล้านบาท ขนาด 20-28 ตร.ว. จำนวน 189 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 227 ยูนิต บนพื้นที่ 27 ไร่ มูลค่าโครงการ 575 ล้านบาท ขณะนี้ขายได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วอยู่ระหว่างทะยอยก่อสร้างบ้านในแต่ละเฟสเพื่อส่งมอบคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในปีหน้า เดิมแปลนไว้ว่าจะจบโครงการในปี 2549 แต่ปรากฎว่าหลังเปิดตัวโครงการได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดีโดยใช้เวลาขายไม่นานนักก็เกือบจะสามารถปิดการขายได้ ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งหาที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการต่อไป โดยทั้งสองโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากธนาคารกรุงไทยในสัดส่วนเงินกู้ไม่ถึง 60%

ทั้งนี้นโยบายของบริษัทไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นโครงการใหม่ อาจจะเป็นโครงการที่หยุดดำเนินการไปในช่วงวิกฤตก็ได้แต่จะต้องเป็นโครงการที่มีศักยภาพ โซนที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือในย่านสายไหม-วัชรพล และถนนพุทธมณฑลตั้งแต่สาย 2-4 เนื่องจากบริษัทยังมีข้อจำกัดในด้านบุคลากร ส่วนคอนเซ็ปท์ของโครงการขึ้นอยู่กับทำเลโดยบริษัทจะใช้ทำเลเป็นตัวนำในการพัฒนาสินค้า สำหรับแบรนด์ในการพัฒนสินค้าหากเป็นโปรเจ็คส์ใหม่ก็จะใช้แบรนด์ออลสวีทเป็นหลักโดยเป้าหมายของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมุ่งเป้าไปที่ตลาดระดับกลางแต่ถ้าหากบังเอิญได้ทำเลที่เหมาะสมกับการทำเป็นบ้านแพงก็อาจจะพัฒนาบ้านแพงโดยในปีหน้าคาดว่าจะมีโครงการใหม่อย่างน้อย 2 โครงการในไตรมาสที่ 3 และ 4 ขนาดไซส์ที่พัฒนาอยู่ราว 30-50 ไร่ ใช้เวลาในการพัฒนา 1-2 ปี

นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนเป็นเพียงที่ปรึกษาแต่ในอนาคตอาจจะเข้าไปถือหุ้นด้วยก็ได้เนื่องจากกลุ่มมีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวในฐานะมืออาชีพโดยตลาดในปีหน้าตนคาดว่ากำลังซื้อจะอยู่ในบ้านราวๆ 2-6 ล้านบาท จากที่ตั้งใจว่าจะซื้อบ้านราคา 3 ล้านอาจจะลดลงมาอยู่ที่ 2 ล้านต้นๆ อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปีหน้าอัตราดอกเบี้ยจะขยับขึ้นบ้างแต่เชื่อว่าไม่กระทบตลาดเพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ร้อนแรงในปีหน้าจะเข้ามาชดเชยให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้ในปี 2548 คาดว่าจะรับรู้รายได้จากการโอนประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการพุทธธานี 300 ล้านบาทและโครงการออลสวีทอีก 200 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน นางสาวศศินิดา โรจน์ดำรงค์ฤทธิ์ ที่ปรึกษา โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ และกรรมการ บริษัท ปัญฐิญา จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตน บุตร และหลานของนายปรีชา ถิระกิจพงษ์ ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ปัญฐิญา จำกัด โดยผู้ถือหุ้นประกอบด้วยนางสาวจิติมา ถิรกิจพงษ์ (บุตรสาว) นายปัญญา ถิระกิจพงษ์ (บุตรชาย) นางสาวศิริพิน จารุกิจกุล (หลาน) โดยตนเป็นถือเป็นลูกหม้อหรือลูกศิษฐ์ของนายปรีชาฯ แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในปรีชากรุ๊ป

โดยในปีหน้านี้มีแผนที่จะพัฒนาโครงการด้วยกัน 3 แห่ง ได้แก่ โครงการบ้านกลางกรุง รีสอร์ท เป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 443 ยูนิต ความสูง 8 ชั้น จำนวน 6 อาคาร ตั้งอยู่ในซอยนาทอง หรือซอยรัชดาภิเษก 7 บนพื้นที่ 5 ไร่ ราคาขาย 1.33-4 ล้านบาท ขนาดห้องตั้งแต่ 38-105 ตร.ม. มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท โดยที่ดินได้ซื้อมาจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในราคา 100 กว่าล้านบาท อีกโครงการอยู่ด้านหลังสถานบันเทิงเหมยฮัว พื้นที่ 2 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม ราคา 1 ล้านเศษ จำนวน 200 ยูนิต มูลค่า 500 ล้านบาทและโครงการสุดท้ายเป็นคอนโดฯ ราคาล้านเศษๆ จำนวน 400-500 ยูนิต และออฟฟิศบิลดิ้ง บนพื้นที่ 6 ไร่ ถนนพัฒนาการ มูลค่าการลงทุน 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ตนและผู้ถือหุ้นทุกคนมีความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวและเชื่อว่าจะโครงการที่พัฒนาในนามปัญฐิญาจะได้รับการตอบรับจากตลาดเนื่องจากเป็นโครงการที่มีคุณภาพและมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับโครงการในย่านเดียวกัน

ทั้งนี้เมื่อไม่นานมานี้ นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิ้ล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ควักทุนส่วนตัวพัฒนาโครงการรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว "คีรีมายา" บนเขาใหญ่ ประกอบด้วยรีสอร์ท สนามกอล์ฟและสปา โดยใช้เงินการลงทุนไปแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยในส่วนของรีสอร์ทใช้พื้นที่ 100-200 ไร่ จำนวน 60 ยูนิต ราคาพักจะอยู่ที่ประมาณ 3,800 ถึง 19,200 บาทต่อคืน ส่วนสนามกอล์ฟ นั้นได้ใช้พื้นที่ในการพัฒนาประมาณ 400-500 ไร่ จำนวน 18 หลุม พาร์ 72 ออกแบบโดย แจ็ค นิคลอส ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการแล้ว อัตราค่ากรีนฟีจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 บาท สำหรับวันธรรมดา และ 2,500 บาทสำหรับวันหยุด ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ 300 ไร่คงเก็บไว้ขยายส่วนของที่พักต่อไปในอนาคต